ช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ VPN D-Link รุ่นเก่า: เลิกใช้ทันทีเพื่อความปลอดภัย!

D-Link แนะนำผู้ใช้งานให้เลิกใช้งานเราเตอร์ VPN รุ่นเก่าที่ได้รับผลกระทบ
เนื่องจากพบช่องโหว่ประเภท Buffer Overflow ซึ่งเสี่ยงต่อการโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE)
เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมอุปกรณ์โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในเครือข่ายด้วย

รายชื่ออุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดได้เข้าสู่สถานะ EOL/EOS และจะไม่มีการอัปเดตซอฟต์แวร์หรือแพตช์แก้ไขอีกต่อไป
ผู้ใช้งานควรเปลี่ยนอุปกรณ์ โดย D-Link เสนอส่วนลด 20% สำหรับการซื้อเราเตอร์รุ่นใหม่  DSR-250v2 ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว 
สุดท้าย ผู้ใช้งานที่ยังใช้อุปกรณ์รุ่นเก่าที่ได้รับผลกระทบ อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีเพิ่มเติม เช่น Adversary-in-the-middle หรือการแพร่กระจายแรนซัมแวร์

อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้ ได้แก่:
DSR-150 (EOL พฤษภาคม 2024)
DSR-150N (EOL พฤษภาคม 2024)
DSR-250 (EOL พฤษภาคม 2024)
DSR-250N (EOL พฤษภาคม 2024)
DSR-500N (EOL กันยายน 2015)
DSR-1000N (EOL ตุลาคม 2015)

-----------------------------------------------------------

1. ช่องโหว่ประเภท Buffer Overflow คืออะไร?
Buffer Overflow เป็นช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นเมื่อโปรแกรมพยายามเขียนข้อมูลลงในหน่วยความจำ (buffer)

แต่ข้อมูลนั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ buffer จะรองรับได้ ส่งผลให้ข้อมูลส่วนเกินล้นออกไปและไปทับพื้นที่หน่วยความจำใกล้เคียงที่ไม่ได้เตรียมไว้สำหรับการเขียนข้อมูล

ผลกระทบ:
• ทำให้โปรแกรมทำงานผิดพลาด (เช่น หยุดทำงานหรือแสดงข้อผิดพลาด)
• เปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีแทรกคำสั่งอันตรายลงในหน่วยความจำของระบบ และควบคุมการทำงานของโปรแกรมตามใจ

ตัวอย่างง่ายๆ:
คิดว่า buffer เป็นกล่องจดหมายที่มีพื้นที่จำกัดสำหรับจดหมายแต่ละฉบับ ถ้าใส่จดหมายใหญ่เกินไป ข้อมูลที่ล้นจะตกลงบนพื้นที่อื่นๆ เช่น กล่องจดหมายข้างๆ

2. การโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE) คืออะไร?
Remote Code Execution (RCE) คือการโจมตีที่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถ รันโค้ด (code) บนเครื่องเป้าหมายได้จากระยะไกล

โดยไม่ต้องมีการยืนยันตัวตนหรือการเข้าถึงระบบโดยตรง

ผลกระทบ:
• ผู้โจมตีสามารถควบคุมอุปกรณ์เป้าหมายได้

• แฮกเกอร์สามารถติดตั้งมัลแวร์ แรนซัมแวร์ หรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญ
• ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกคุกคาม หากอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบเชื่อมโยงกับอุปกรณ์อื่นๆ

ความเกี่ยวข้องระหว่าง Buffer Overflow และ RCE
ช่องโหว่ Buffer Overflow เป็นหนึ่งในช่องโหว่ที่สามารถนำไปสู่การโจมตีแบบ RCE ได้ ผู้โจมตีอาศัยช่องโหว่นี้เพื่อ:

1. แทรกโค้ดที่เป็นอันตราย ลงใน buffer ที่ล้นเกิน
2. เปลี่ยนการทำงานของโปรแกรม โดยปรับแต่งให้ระบบรันโค้ดที่ผู้โจมตีต้องการ
3. รันโค้ดบนอุปกรณ์เป้าหมายจากระยะไกล ส่งผลให้แฮกเกอร์สามารถควบคุมอุปกรณ์เป้าหมายได้เต็มที่

ตัวอย่างสถานการณ์
1. โปรแกรมไม่ตรวจสอบขนาดข้อมูลก่อนเก็บลง buffer

2. ผู้โจมตีส่งคำขอที่มีข้อมูลเกินขนาด buffer พร้อมฝังโค้ดอันตรายไว้ในข้อมูล
3. เมื่อ buffer overflow เกิดขึ้น โค้ดที่ผู้โจมตีส่งมาจะถูกโหลดเข้าไปในหน่วยความจำ
4. โค้ดนั้นถูกรันโดยระบบ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้

วิธีป้องกัน
• ใช้ซอฟต์แวร์ที่อัปเดตแพตช์ล่าสุด

• ใช้ระบบตรวจสอบขนาดข้อมูลก่อนจัดเก็บใน buffer
• ใช้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย เช่น Address Space Layout Randomization (ASLR)
• อัปเกรดฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์ที่เข้าสู่สถานะ End of Life (EOL)

Buffer Overflow และ RCE เป็นภัยที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน และมีผลกระทบสูงต่อความปลอดภัยในระบบเครือข่ายของผู้ใช้งาน.

3. Adversary-in-the-Middle (AiTM) หรือบางครั้งเรียกว่า Man-in-the-Middle (MitM)

คือรูปแบบการโจมตีทางไซเบอร์ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีแอบดักฟังหรือแทรกแซงการสื่อสารระหว่างสองฝ่าย (เช่น ผู้ใช้งานกับเว็บไซต์) โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามอยู่

ผลกระทบของ AiTM
• การขโมยข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต

• การปลอมแปลงธุรกรรม เช่น การดักจับและเปลี่ยนแปลงข้อมูลการโอนเงิน
• การติดตั้งมัลแวร์ โดยผู้โจมตีอาจแทรกซอฟต์แวร์อันตรายระหว่างการดาวน์โหลด

วิธีป้องกัน AiTM
1. ใช้การเข้ารหัสที่ปลอดภัย ตรวจสอบว่าการเชื่อมต่อใช้ HTTPS และใบรับรองเป็นของแท้

2. ระวังการใช้ Wi-Fi สาธารณะ หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะโดยไม่มี VPN
3. ใช้ VPN (Virtual Private Network) VPN เข้ารหัสการสื่อสารทั้งหมด ทำให้ผู้โจมตีไม่สามารถอ่านข้อมูลได้
4. การเปิดใช้งาน MFA (Multi-Factor Authentication) แม้ผู้โจมตีจะขโมยรหัสผ่านไปได้ ก็ยังต้องมีขั้นตอนยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
5. อัปเดตอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ อุดช่องโหว่ที่อาจเปิดโอกาสให้ AiTM เกิดขึ้น

ที่มา enterpriseitpro

สินค้าที่ตกรุ่นดังนี้...

สินค้า D-Link รุ่นเก่า เลิกใช้ด่วนๆ อันตรายต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลสูง เพราะตกรุ่นไม่มีการอัพเดทความปลอดเเล้ว.

รายการล่าสุดที่คุณดู
Visitors: 216,798